เปรียบเทียบข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์กับพื้นไม้จริง

Last updated: 2021-10-02  |  14059 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เปรียบเทียบข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์กับพื้นไม้จริง

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นพื้นไม้ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

ผลิตมาเพื่อลดปัญหาแก้ไขปัญหาการบิดงอหรือขยายตัวง่ายของไม้จริง โดยพื้นไม้เอ็นจิเนียร์นั้นจะมีความคงตัวสูง ไม่ยืดและหดตัว พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ลดการสูญเสียของไม้จริงจากธรรมชาติ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นการนำไม้จริงป่าปลูกมาผลิต

ชั้นโครงสร้างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เป็นการประสานของชั้นไม้ขึ้นรูป(ไม้อัด) นำมาอบและอัดแน่น ใส่น้ำยากันปลวกและแมลง ชั้นโครงสร้างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีความหนา 10 มิลลิเมตร ส่วนของชั้นโครงสร้างเป็นส่วนที่ป้องกันการโก่งตัวของพื้นไม้ และป้องกันความชื้นไปยังผิวหน้าไม้จริง

รางลิ้นรอบแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ประสานกันด้วยระบบคลิกล็อค ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว

ผิวหน้าพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เป็นส่วนแสดงความสวยงามของลายไม้จริงธรรมชาติ ไม้จริงผิวหน้ามีความหนา 3 มิลลิเมตร ประสานกับชั้นโครงสร้างด้วยน้ำกาวคุณภาพสูง จนได้ขนาดความหนารวมของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 14-16 มิลลิเมตร

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เคลือบผิวด้วยUV AcrylicLacquer เพื่อให้ได้ลายไม้ที่สวยงามคงทน มีความแข็งแรงป้องกันรอยขีดข่วน การติดตั้งก็สามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องไปขัดสีหน้างาน

คุณสมบัติและข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์


  • พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีความสวยงามและคงทน * พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ที่นิยมใช้กันคือ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ผิวหน้าไม้สัก และพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ผิวหน้าไม้โอ๊ค

 

  • ราคาพื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีราคารวมติดตั้ง 1200 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถูกกว่าพื้นไม้จริง(2500-3000 บาทต่อตารางเมตร) เพราะพื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นการใช้ไม้จริงเฉพาะส่วนผิวหน้าที่เป็นส่วนแสดงลายไม้ พื้นไม้จริงเป็นการใช้ไม้จริงทั้งชิ้นทำให้มีราคาสูงกว่า
 

 

เปรียบเทียบข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์เทียบพื้นไม้จริง

  • เปรียบเทียบด้านความคงทนของผิวหน้า พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีความคงทนของผิวหน้ามากกว่าพื้นไม้จริง เพราะคุณสมบัติในการป้องกันรอยขีดข่วนมาจากกระบวนการทำสีและการเคลือบ พื้นไม้เอ้นจิเนียร์มีการเคลือบสีสำเร็จรูปจากโรงงานด้วยเทคโนโลยีการเคลือบที่ทันสมัย ซึ่งทนกว่าการทำสีและเคลือบหน้างานจากช่างติดตั้ง
  • เปรียบเทียบด้านการใช้งาน พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นการประสานของไม้จริงกับไม้อัด ป้องกันการโก่งตัวได้100% พื้นไม้จริงแม้จะผ่านการอบของชิ้นไม้ก่อนการติดตั้ง แต่การที่เป็นไม้จริงอาจมีการโก่งตัวของชิ้นไม้จริงหลังการใช้งานได้
  • เปรียบเทียบด้านความสวยงามของผิวหน้า พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีความสวยงามของผิวหน้าที่แสดงลายไม้เหมือนกับพื้นไม้จริงทั้งชิ้น เพราะผิวหน้าพื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นไม้จริง100% ขึ้นกับชนิดไม้ที่เลือกนำมาทำผิวหน้า
  • เปรียบเทียบด้านราคา พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีราคาประมาณ 1200-2500 บาทต่อตารางเมตรรวมติดตั้ง ขึ้นกับชนิดไม้ ซึ่งมีราคาถูกกว่าพื้นไม้จริงทั้งชิ้น 2500-3500 บาทต่อตารางเมตร
  • เปรียบเทียบด้านความรวดเร็วในการติดตั้งและมาตรฐาน พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ผลิตจากโรงงานขนาดจึงมีมาตรฐานกว่าไม้จริงทั้งชิ้น การติดตั้งใช้การติดตด้วยระบบรางลิ้นหรือคลิกล็อครอบตัวแผ่น ทำให้ติดตั้งได้รวดเร็ว หน้างานมีความสะอาดเรียบร้อย การติดตั้งพื้นไม้จริงใช้การตัดประกอบ ขัดผิวหน้าและทำสีที่หน้างานจริงด้วยช่างติดตั้ง

 

4 วิธีการเตรียมพื้นชั้นล่างก่อนปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ 

1. การติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทับพื้นซิเมนต์ขัดหยาบและพื้นซิเมนต์ขัดมันที่เป็นพื้นใหม่ กรณีปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แบบบนโฟม พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถติดตั้งบนพื้นซิเมนต์ขัดหยาบได้โดยไม่ต้องขัดมัน สำหรับการปูกรณีปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แบบยึดกาวต้องปูบนพื้นซิเมนต์ขัดมัน ทั้ง2แบบต้องทำการตรวจสอบ 3 ส่วนคือ

1.1 ตรวจสอบความชื้นก่อนติดตั้ง ค่าความชื้นของพื้นก่อนติดตั้งต้องมีความชื้นไม่เกิน5% จากค่าผลทดสอบเครื่องวัดความชื้น

1.2 ตรวจสอบระดับก่อนติดตั้ง ทำการตรวจสอบโดยเครื่องวัดระดับเลเซอร์หรือไม้สามเหลี่ยมวัดระดับ พื้นก่อนติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ต้องมีระดับความเรียบสม่ำเสมอ

1.3 ตรวจสอบความแข็งแรงของผิวหน้าก่อนการติดตั้ง พื้นเดิมก่อนการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ต้องมีความแข็งแรง เป็นพื้นซิเมนต์ขัดหยาบหรือขัดมันเรียบแล้วแต่วิธีการปู ไม่มีการหลุดร่อนของผิวหน้าหรือมีละอองฝุ่นจากผิวหน้า เพื่อให้การยึดติดระหว่างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์และพื้นซิเมนต์ยึดติดได้แน่น ไม่หลุดร่อนและให้ตัวหลังการใช้งาน

2. การติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทับพื้นซิเมนต์ขัดมันหรือขัดหยาบที่เป็นพื้นเดิม 

ทำการตรวจสอบเหมือนข้อ1 เพิ่มเติมคือกรณีกรณีพื้นซิเมนต์เดิมไม่ได้ระดับ ต้องการทำการปรับระดับใหม่โดยการเทปรับระดับ โดยมีข้อควรระวังคือการประสานระหว่างพื้นเทปรับระดับใหม่และพื้นเดิมต้องมีความแข็งแรงและประสานกันได้สนิท100% อีกวิธีการการปรับระดับด้วยการรองพื้นด้วยสมาร์ทบอร์ดหรือวีว่าบอร์ดก่อนการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์

3. การติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์กับพื้นซิเมนต์ใหม่ และทำการปรับระดับด้วยซิเมนต์ Self Leveling 

กรณีพื้นซิเมนต์เดิมไม่ได้ระดับและต้องการให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีความเรียบสม่ำเสมอ100% สามารถเลือกใช้วิธีการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทับพื้นSelf Levelingได้ โดยพื้น Self Leveling เป็นการใช้ซิเมนต์ปรับระดับแบบไหลตัวง่าย Self Leveling Mortar เทปรับระดับบนพื้นซิเมนต์ขัดหยาบ ซึ่ง Self Leveling Mortar จะไหลปรับระดับด้วยตัวเองด้วยคุณสมบัติพิเศษ ทำให้พื้นได้ระดับ100% ปรับระดับได้ตวามความหนาที่ต้องการ ความหนาปรับระดับของพื้น Self Leveling ที่ปรับได้ขั้นต่ำ 3 มิลลิเมตร กรณีต่ำกว่าพื้นมีโอกาสแตกร้าวเนื่องจากปรับระดับบางเกินไป ข้อจำกัดคือพื้น Self Leveling มีค่าใช้จ่ายสูง ประมาณ 350 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ขึ้นกับความหนา

4. การติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทับพื้นกระเบื้องที่เป็นพื้นเดิม พื้นกระเบื้องส่วนใหญ่จะได้ระดับเพราะมีการทำระดับก่อนการติดตั้งพื้นกระเบื้อง และพื้นกระเบื้องมีค่าการป้องกันความชื้นสูง การตรวจสอบความชื้นและระดับพื้นกระเบื้องก่อนการติดตั้งจะทำได้ง่ายกว่าพื้นซิเมนต์ขัดมัน ควรเก็บรอยต่อแผ่นกระเบื้องเดิมด้วยปูนกาวหรือฟุตตี้ที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์หลังติดตั้งไม่มีการยุบตัวเมื่อสัมผัส

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถติดตั้งได้ 2 แบบ 

  • ปูพื้นไม้เอ็นจิเนีย์แบบติดกาวPU ติดบนพื้นซิเมนต์ขัดมันหรือพื้นกระเบื้อง
    • ข้อดีของการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แบบยึดกาวPU มีความแน่นของพื้นไม้มากกว่า พื้นไม้ไม่มีการให้ตัวยึดติดกับพื้นชั้นล่าง ข้อเสียคือการซ่อมแซมจะทำได้ยาก กรณีมีปัญหาต้องรื้อพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทั้งผืน
  • ปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ติดตั้งแบบรองโฟมปรับระดับ (เหมือนพื้นไม้ลามิเนต) ติดตั้งบนพื้นซิเมนต์ขัดหยาบหรือพื้นกระเบื้องการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ใช้การปูบนโฟมปรับระดับ ติดตั้งประสานแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ด้วยระบบคลิกล็อค ติดตั้งได้รวดเร็ว ปูทับพื้นปูนซิเมนต์ได้โดยไม่ต้องขัดมัน หรือปูทับพื้นกระเบื้องเดิมได้ทันที การรื้อเปลี่ยนแผ่นทำได้ง่าย
    • ข้อดีของการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แบบปูรองโฟม คือสามารถซ่อมแซมได้ง่าย สามารถรื้อและปูใหม่ได้เฉพาะจุด ข้อเสียคือกรณีพื้นไม่ระดับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์จะมีการให้ตัวและยุบตัวได้เมื่อเหยียบสัมผัส

 

 

วิธีการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แบบปูรองโฟม

  1. หลังการเตรียมพื้นเรียบร้อย ให้ทำการปูแผ่นโฟมรองพื้นปรับระดับความหนา 2 มิล(PE Foam) เพื่อช่วยปรับระดับของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้เรียบสม่ำเสมอ และช่วยลดเสียงของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์กระทบกับพื้นซิเมนตชั้นล่าง นอกจากนั้นการรองโฟมปรับระดับจะช่วยให้สัมผัสของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์นุ่มสบายเท้าขณะเดิน การวางโฟมรองปรับระดับให้ด้านที่มีพลาสติกอยู่ด้านล่างเพื่อป้องกันความชื้นจากพื้นซิเมนต์ขึ้นมาบนพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ มีผลให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ขึ้นตะเข็บสันตรงรอยต่อระหว่างแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ทำการปิดรอยต่อของแผ่นโฟมปรับระดับด้วยเทปกาว
  2. ทำการวางลิ่มไม้หนา 12-15 มิลลิเมตร ที่ริมผนังทุกด้านถ้าไม่มีอาจใช้เศษพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ก็ได้ โดยลิ่มไม้นี้จะใช้กั้นระหว่างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์กับผนัง เพื่อเป็นช่องว่างไม่ให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ขยายตัวไม่ให้ไปชนผนัง กรณีพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ขยายตัวไปชนผนังทำให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์โก่งตัวเดินจะรู้สึกยวบเท้า
  3. กำหนดรูปแบบและทิศทางการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ โดยส่วนใหญ่จะกำหนดทิศทางการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้เป็นแนวขนานประตู
  4. การขึ้นแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แผ่นแรกในการติดตั้งตามทิศทางที่วางไว้ การติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ในบริเวณเฉพาะภายในห้อง ให้เริ่มติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แผ่นแรกจากแนวประตูเป็นลำดับแรก ทำการตัดพื้นไม้เอ็นจิเนียร์เข้าระหว่างบังใบประตู โดยให้ขอบของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์อยู่ตรงบังใบ เพื่อให้แผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ตรงประตูเป็นแผ่นเต็มไร้การต่อ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์จะมีความแข็งแรงและความสวยงาม สำหรับการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์สำหรับพื้นชั้นสอง ให้เริ่มปูพื้นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แผ่นแรกที่แนวบันไดติดกับลูกตั้งขั้นสุดท้าย โดยเว้นระยะห่างจากแนวลูกตั้งประมาณ 2-3 เซนติเมตรสำหรับติดตั้งตัวจบจมูกบันได
  5. ทำการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ตามทิศทางที่กำหนดไว้ เริ่มปูจากซ้ายไปขวาจนถึงผนังที่ระดับลิ่ม ระวังอย่าปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ชิดขอบผนังเพราะจะไม่มีช่องว่างให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ขยายตัว
  6. การต่อแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ระบบคลิกล็อค โดยการวางแผ่นไม้ลามิเนตเอียง 45 องศาและกดให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เข้าคลิก และตอกด้วยฆ้อยยางเบาๆเพื่อให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เข้าคลิกล็อคสนิท ระหว่างแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ต้องมีการหยอดกาวลาแท๊กซ์ระหว่างรอยต่อแผ่นทุกชิ้น ป้องกันการเคลื่อนตัวของพื้นไม้ ทำการต่อแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ไปจนเต็มพื้นที่ติดตั้ง ตรวจสอบความเรียบร้อยในการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
  7. นำลิ่มไม้ข้างผนังที่วางไว้ออก ทำการติดบัวPVCข้างผนังรอบพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ โดยปิดทับช่องว่างระหว่างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์และผนัง เก็บความเรียบร้อยด้วยแดปหรือซิลิโคนสีเดียวกับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ด้านล่างและด้านบนบัวPVC
  8. ตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งและทำความสะอาด กรณีมีงานที่ต้องทำต่อจากงานติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ให้ทำการProtectผิวหน้าด้วยกระดาษลูกฟูกกันรอยขีดข่วน

 

 

วิธีการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แบบยึดกาว PU

  1. หลังการเตรียมพื้นเรียบร้อย ทำการตรวจระดับพื้นก่อนปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ การติดตั้งแบบยึดกาวPU ระดับพื้นต้องมีความต่างกันไม่เกิน 2 มิลลิเมตรต่อระยะ1 เมตร
  2. ทำความสะอาดผิวหน้าพื้นซิเมนต์ขัดมัน กรณีมีฝุ่นที่ผิวหน้าจะทำให้การยึดติดระหว่างแผ่นพื้นเอ็นจิเนียร์กับพื้นชั้นล่างไม่ยึดติด
  3. กำหนดรูปแบบและทิศทางการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ โดยส่วนใหญ่จะกำหนดทิศทางการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้เป็นแนวขนานประตู
  4. การขึ้นแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แผ่นแรกในการติดตั้งตามทิศทางที่วางไว้ การติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ในบริเวณเฉพาะภายในห้อง ให้เริ่มติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แผ่นแรกจากแนวประตูเป็นลำดับแรก ทำการตัดพื้นไม้เอ็นจิเนียร์เข้าระหว่างบังใบประตู โดยให้ขอบของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์อยู่ตรงบังใบ เพื่อให้แผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ตรงประตูเป็นแผ่นเต็มไร้การต่อ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์จะมีความแข็งแรงและความสวยงาม สำหรับการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์สำหรับพื้นชั้นสอง ให้เริ่มปูพื้นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แผ่นแรกที่แนวบันไดติดกับลูกตั้งขั้นสุดท้าย โดยเว้นระยะห่างจากแนวลูกตั้งประมาณ 2-3 เซนติเมตรสำหรับติดตั้งตัวจบจมูกบันได
  5. ทำการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ตามทิศทางที่กำหนดไว้ เริ่มปูจากซ้ายไปขวาจนถึงผนังที่ระดับลิ่ม ระวังอย่าปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ชิดขอบผนังเพราะจะไม่มีช่องว่างให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ขยายตัว
  6. ติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ด้วยกาว PU ทุกแผ่น การต่อแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ระบบคลิกล็อค โดยการวางแผ่นไม้ลามิเนตเอียง 45 องศาและกดให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เข้าคลิก และตอกด้วยฆ้อยยางเบาๆเพื่อให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เข้าคลิกล็อคสนิท ระหว่างแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ต้องมีการหยอดกาวลาแท๊กซ์ระหว่างรอยต่อแผ่นทุกชิ้น ป้องกันการเคลื่อนตัวของพื้นไม้ ทำการต่อแผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ไปจนเต็มพื้นที่ติดตั้ง ตรวจสอบความเรียบร้อยในการปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
  7. นำลิ่มไม้ข้างผนังที่วางไว้ออก ทำการติดบัวPVCข้างผนังรอบพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ โดยปิดทับช่องว่างระหว่างพื้นไม้เอ็นจิเนียร์และผนัง เก็บความเรียบร้อยด้วยแดปหรือซิลิโคนสีเดียวกับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ด้านล่างและด้านบนบัวPVC
  8. ตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งและทำความสะอาด กรณีมีงานที่ต้องทำต่อจากงานติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ให้ทำการProtectผิวหน้าด้วยกระดาษลูกฟูกกันรอยขีดข่วน

 



ชมสินค้าพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ราคา 1200บาทรวมปู คลิก

กลับสู่หน้าแรก คลิก

 

ตอบโจทย์ด้านการออกแบบ การใช้งาน และงบประมาณที่กำหนดได้ 

Inspire BY FLOORD

093-185-8333, 089-850-4638 , ID LINE floord1

Powered by MakeWebEasy.com