ข้อแนะนำก่อนปูพื้นไม้เทียม บนพื้นคอนกรีต-โครงสร้างเหล็ก การติดตั้งพื้นไม้เทียมเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานนอกตัวบ้าน ให้เป็นพื้นที่พักผ่อน นิยมใช้พื้นไม้เทียมที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์เป็นวัสดุปูพื้น วัสดุพื้นไม้สังเคราะห์ผลิตมาเพื่อทดแทนการใช้ไม้จริง ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายนอก ทนแดด-ทนฝน และที่สำคัญสุดปลวกต้องไม่กิน
คุณสมบัติพื้นไม้เทียมภายนอก ทนแสงแดด-ไม่โก่งตัวและไม่บิดตัวเมื่อได้รับความร้อนจากแสงแดด ทนฝน-ตัวแผ่นไม่สะสมเชื้อราและไม่เปลี่ยนสภาพเมื่อโดนน้ำ มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น-รองรับแรงกระแทกและรับน้ำหนักได้ สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่แตกหักเสียหาย ทนต่อทุกสภาพอากาศภายนอก และไม่เป็นอาหารของแมลงปลวก

พื้นไม้เทียมในปัจจุบันมี2ชนิด ได้แก่พื้นไม้เทียมwpc (Wood plastic composite) และพื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซิเมนต์ ทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานภายนอก โดยส่วนใหญ่ติดตั้งโดยใช้ระบบคลิปตัวทียึดกับตงรับพื้น ** ไม่แนะนำให้ใช้การยิงสกรูยึดติดตัวแผ่นโดยตรง พื้นไม้เทียมมีการยืดหดขยายตัว การยึดด้วยสกรูจะทำให้ตัวแผ่นพื้นไม้เทียมขยายตัวไม่ได้ ส่งผลให้ตัวแผ่นโก่งและบิดตัวในระยะยาว ** (เทียบคุณสมบัติพื้นไม้เทียมทั้ง2ชนิด รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก)
โครงสร้างรับพื้นไม้เทียมประกอบด้วย 2 ส่วน การติดตั้งพื้นไม้เทียมทั้ง2ชนิด ต้องติดตั้งบนโครงสร้างที่ใช้รองรับพื้นไม้เทียมเท่านั้น ไม่สามารถติดตั้งวางบนพื้นดินชั้นล่างโดยตรงได้
- ส่วนโครงสร้างฐานราก รับน้ำหนักพื้นไม้เทียม ช่วยรับน้ำหนักพื้นไม้และน้ำหนักจากการใช้งาน การมีโครงสร้างที่แข็งแรงรองรับพื้นไม้เทียม ช่วยป้องกัน-ไม่ให้พื้นไม้ทรุดตัวจากการใช้งาน
- ส่วนโครงสร้างตง รับพื้นไม้เทียม-ใช้รองรับพื้นไม้เทียม เพื่อกระจากน้ำหนักของพื้นไม้ลงสู่ส่วนฐานราก นอกจากนั้นโครงสร้างตงยังใช้เพื่อยึดติดพื้นไม้เทียมระบบทีคลิป (ไม่ให้มีการยิงสกรูผ่านตัวแผ่นพื้นไม้เทียม) การติดตั้งระบบทีคลิป-ช่วยให้พื้นไม้มีระยะในการยืดหดขยายตัว ให้พื้นไม้เทียมมีความสวยงามและป้องกันอันตรายจากการสัมผัสพื้นไม้เทียมด้วยเท้าเปล่า
โครงสร้างตงที่นิยมใช้กับพื้นไม้เทียม มี3ชนิด- ตงไม้เทียมwpc ทำจากไวนิลผสมไม้ (Wood Plastic Composite) เป็นวัสดุชนิดเดียวกับพื้นไม้เทียม เป็นวัสดุที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับพื้นไม้เทียมโดยเฉพาะ
ข้อดีคือ มีความแข็งแรง,ไม่โก่งตัว ทนแดดและทนฝน ไม่เป็นสนิม,ไม่เปลี่ยนสภาพ,ปลวกไม่กิน สีของตงไม้เทียมคงทนเป็นเนื้อเดียวกันทั้งชิ้น-ไม่ต้องทำสี ตงไม้เทียมมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นสูง รองรับน้ำหนักได้ดี
ข้อจำกัดคือ ตงไม้เทียมต้องวางบนพื้นปูนซิเมนต์หรือพื้นกระเบื้องเท่านั้น ไม่สามารถวางตงไม้เทียมบนโครงสร้างเหล็กได้
2. ตงเหล็ก นิยมใช้กับโครงสร้างเหล็กเป็นการยึดด้วยการเชื่อมแข็ง
ข้อดีคือ หาซื้อได้ง่าย เหมาะกับพื้นโครงสร้างเหล็กมากกว่าตงไม้เทียม
ข้อจำกัดคือ ตงเหล็กมีโอกาสเป็นสนิม และใช้ระยะเวลาในการติดตั้งนานกว่าตงไม้เทียม ต้องมีขั้นตอนการทาสีกันสนิมและสีน้ำมัน
วิธีการเลือกตงรับพื้นไม้เทียมและคุณสมบัติที่ดีของตงรองรับพื้นไม้เทียม- มีความแข็งแรงสูง รองรับน้ำหนักได้ดี ต้องรองรับรับน้ำหนักของพื้นไม้เทียม และน้ำหนักของผู้ใช้งาน รวมถึงงเฟอร์นิเจอร์ภายนอกและกระถางต้นไม้
- สีและเนื้อวัสดุมีความคงทนไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ขึ้นสนิมที่ทำให้ผิวมีการสึกกร่อน (ตงเหล็กต้องมีการทาสีกันสนิมรอบด้านอย่างดี เพื่อไม่ขึ้นสนิมเมื่อโดนน้ำหลังการใช้งาน)
- วัสดุตงไม่เสื่อมสภาพเมื่อโดนแสงแดดและน้ำ ไม่แปรสภาพ หลังการใช้งานเป็นระยะเวลานาน
ตงเหล็ก เป็นทางเลือกลำดับแรกของพื้นไม้เทียม มีราคาถูก แข็งแรง ติดตั้งง่ายด้วยการเชื่อม สามารถติดตั้งตงเหล็กบนพื้นชั้นล่างที่เป็นคอนกรีตและพื้นชั้นล่างโครงสร้างเหล็กด้วยการเชื่อม ข้อจำกัด คือตงเหล็กอาจมีการขึ้นสนิมหลังการใช้งาน ต้องทาสีกันสนิมรอบด้าน และทาอย่างน้อย2-3รอบ เพื่อให้สีกันสนิมคงสภาพไม่หลุดล่อน หลังการใช้งานภายนอกที่ตอ้งโดนแสงแดดและน้ำ
ตงแสตนเลสและตงอลูมิเนียม นิยมใช้เพราะมีความแข็งแรง ไม่ขึ้นสนิม เมื่อทียบกับตงเหล็ก ข้อจำกัดคือ สีเป็นสีเงินซึ่งเป็นสีของวัสดุ ไม่สามารถทำสีอื่นได้ เมื่อสังเกตจะมองเห็นความแตกต่างของสีตงกับสีพื้นไม้เทียม ตงแสตนเลสและตงอลูมิเนียม มีราคาสูงเมื่อเทียบกับตงเหล็ก

การเตรียมพื้นก่อนการติดตั้งพื้นไม้เทียม โครงสร้างพื้นรับพื้นไม้เทียมต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้
- ส่วนที่1 โครงสร้างฐานรากรองรับพื้น กรณีพื้นที่รอบตัวบ้านหรือพื้นที่ติดตั้งพื้นไม้เทียมที่ไม่มีโครงสร้างเดิมรองรับ เราต้องทำการวางโครงสร้างฐานรากหรือเสาเข็มในการรองรับใหม่ โดยกำหนดจุดวางฐานราก ให้สามารถรองรับน้ำหนักของพื้นเทียมและน้ำหนักด้านบนที่ใช้งานได้ ทั้งนี้ขนาดฐานรากหรือเสาเข็มต้องได้รับการออกแบบโดยผู้ชำนาญหรือวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นของเราจะไม่ทรุดตัวเมื่อใช้งาน การเลือกใช้เสาเข็มหรือฐานรากต้องคำนึงความเหมาะสมของพื้นที่ทำงานและงบประมาณ การวางโครงสร้างของพื้นรับไม้เทียมบนพื้นดินโดนตรงไม่สามารถทำได้ โครงสร้างพื้นอาจมีการทรุดตัว ทำให้พื้นไม้เทียมเคลื่อนตัวและหลุดออกจากตง ส่งผลต่อการใช้งานได้
- ส่วนที่2 โครงสร้างพื้นที่ใช้นรองรับพื้นไม้เทียม เป็นส่วนพื้นที่ใช้รองรับตงรับพื้นไม้เทียม แบ่งเป็นพื้นโครงสร้างเหล็ก และ พื้นโครงสร้างเหล็ก
- พื้นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นการทำพื้นคอนกรีตหรือพื้นสำเร็จรูป บนฐานรากที่ได้ทำการจัดทำไว้ ข้อดีของพื้นโครงสร้างเหล็ก คือมีความแข็งแรง ไม่ให้ตัว นิยมใช้บนทำพื้นรอบบ้านและอาคาร พื้นทางเดิน และพื้นรอบสระว่ายน้ำ

- วิธีการเตรียมพื้นคอนกรีตสำหรับรองรับพื้นไม้เทียม
- กำหนดชนิดพื้นคอนกรีตที่ต้องการ โดยมีให้เลือกทั้งแบบพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กและแผ่นพื้นสำเร็จรูป โดยพื้นสำเร็จรูปจะมีความรวดเร็วในการทำงานมากกว่า พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กต้องทำการออกแบบความหนาของพื้นเพื่อรองรับน้ำหนักโดยวิศวกร สำหรับพื้นสำเร็จรูปใช้ค่าการรับน้ำหนักที่ต้องการในการกำหนดสเปคจากโรงงานผู้ผลิต
- กำหนดแนวของพื้นคอนกรีตที่ต้องการ ในการรองรับพื้นไม้เทียม จากนั้นทำการกำหนดกำหนดระดับความสูงของพื้นคอนกรีตที่ต้องการโดยเผื่อความสูงของตงรับพื้นไม้ บวกด้วยความหนาของพื้นไม้ เป็นระดับที่ต้องการ
- กำหนดทิศทางลาดเอียง (Slope) ของพื้นคอนกรีตให้อยู่ในทิศทางที่ต้องการเป็นแนวการไหลของน้ำ กรณีไม่ทำระดับลาดเอียง ทำให้น้ำขังบนพื้นคอนกรีตด้านล่างพื้นไม้เทียมได้
- ทำการตรวจสอบระดับ Slope และความเรียบของผิวหน้า ว่าได้ตามกำหนดหรือไม่ ผิวหน้าคอนกรีตต้องได้ระดับและเรียบสม่ำเสมอ เพื่อให้การตงรับพื้นไม้เทียมได้ระดับ
- กำหนดทิศทางการวางตงรับพื้นไม้เทียม (ตงไม้เทียมมีระยะห่างแนะนำประมาณ 30-35CM ขึ้นกับข้อแนะนำของผู้ผลิตพื้นไม้เทียม)
- ติดตั้งตงไม้เทียมบนโครงสร้างพื้นคอนกรีตที่เตรียมไว้ ทำการยึดตงด้วยพุกยึดคอนกรีตเข้ากับพื้นคอนกรีต ตรวจสอบความแข็งแรง
- ดำเนินการติดตั้งพื้นไม้เทียมตามวิธีการติดตั้ง และข้อแนะนำของพื้นไม้เทียมที่เลือก
- พื้นโครงสร้างเหล็ก เป็นการใช้เหล็กกล่องหรือเหล็กตัวซีเชื่อมประกอบทำเป็นโครงสร้างพื้น ประกอบด้วยแนวคานหลักและเหล็กรัดรอบแนวพื้น สามารถเชื่อมแนวตงเหล็กให้เป็นแนวระนาบเดียวกับพื้นได้ ข้อดีของพื้นโครงสร้างเหล็กคือ มีความแข็งแรง น้ำหนักเหล็กเบากว่าพื้นคอนกรีตช่วยประหยัดขนาดโครงสร้างฐานราก ติดตั้งได้รวดเร็ว สามารถทำงานในพื้นที่จำกัดได้

- วิธีการเตรียมพื้นโครงสร้างเหล็กสำหรับรองรับพื้นไม้เทียม
- กำหนดแบบโครงสร้างเหล็กที่ใช้รับน้ำหนักพื้นที่ต้องการ ทำการออกแบบขนาดเหล็กและระยะการวางเหล็กจากวิศวกรหรือช่างผู้ชำนาญ
- กำหนดแนวของพื้นโครงสร้างเหล็กที่ต้องการ ในการรองรับพื้นไม้เทียม พื้นโครงสร้างเหล็กสามารถออกแบบให้มีตงเหล็กที่ใช้รองรับพื้นไม้เทียม เชื่อมประกอบขึ้นรูปเป็นแนวเดียวกับพื้นโครงสร้างได้ ช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา โดยแนวตงรับพื้นไม้เทียมควรมีระยะห่างแนะนำประมาณ 30-35 CM
- ทำการเชื่อมส่วนของพื้นเหล็กโครงสร้างเข้ากับโครงสร้างฐานรากที่เตรียมไว้ ตรวจสอบว่ามีการยึดติดที่แข็งแรง ยึดแน่นเพียงพอต่อการรับน้ำหนัก
- ทาสีกันสนิมส่วนที่เป็นโครงสร้างเหล็กอย่างน้อย2รอบ ตรวจสอบว่าการทาสีกันสนิมคลอบคลุมพื้นที่ผิวสัมผัสเหล็ก รอให้สีกันสนิมแห้งสนิท ทิ้งไว้ประมาณ 8-10ชั่วโมง
- ดำเนินการติดตั้งพื้นไม้เทียมบนตงเหล็กตามวิธีการติดตั้ง และข้อแนะนำของพื้นไม้เทียมที่เลือก
สรุปการเตรียมพื้นก่อนปูพื้นไม้เทียม ควรเลือกพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือพื้นโครงสร้างเหล็ก
ลำดับแรกต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ในการทำงาน กรณีพื้นเดิมไม่มีการเทโครงสร้างพื้นคอนกรีตเตรียมไว้ การลงเสาเข็มหรือฐานรากเป็นขั้นตอนที่ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งมีความจำเป็นเพื่อป้องกันพื้นภายนอกทรุดตัว เมื่อกำหนดงบการทำฐานรากแล้ว ค่อยตัดสินใจเลือกพื้นโครงสร้าง
พื้นคอนกรีตเหมาะกับงานที่มีงบประมาณ ต้องการความแข็งแรง ใช้งานได้ในระยะยาว แบบการก่อสร้างไม่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องการพื้นโครงสร้างที่ไม่มีปัญหาเรื่องสนิมในระยะยาว นิยมใช้กับพื้นรอบสระว่ายน้ำ และพื้นส่วนพักผ่อนภายนอก
พื้นโครงสร้างเหล็กเป็นส่วนโครงสร้างต่อเติมงานพื้นภายนอก เหมาะกับงานที่มีงบประมาณจำกัด โครงสร้างเหล็กมีน้ำหนักเบา ช่วยประหยัดโครงสร้างฐานราก การออกแบบการประกอบพื้นโครงสร้างเหล็กกับตงเหล็กรับพื้นไม้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและมีความรวดเร็วมากกว่า (พื้นคอนกรีตต้องเสริมตงรับพื้นไม้ด้านบน) กรณีพื้นต้องการกำหนดแบบให้มีระดับสูงต่ำ โครงสร้างเหล็กตอบโจทย์การออกแบบได้มากกว่า

ตอบโจทย์ด้านการออกแบบและการใช้งาน
INSPIRE by FloorD
093-1858-333 Iine@ floord
รวมโปรพื้นไม้รวมติดตั้ง คลิก

- ขอตัวอย่างพื้นไม้เทียมของบริษัท เพื่อชมสินค้าพื้นไม้
- ทางบริษัทประเมินต้นทุนการก่อสร้าง โดยส่งแบบมายังบริษัท
- ปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างรับพื้นและรับคำแนะนำในการก่อสร้าง